เปิดแผนประทุษกรรมที่ดินเลือด”บังฟัต”ฆ่ายกครัวผญบ.8ศพ จัดฉากไม่เนียน!!

https://www.matichon.co.th/news/

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกฆ่าครอบครัวของนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รวม8ศพ และบาดเจ็บสาหัส3ราย เมื่อวันที่10กรกฎาคมที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อำนาจตาม.44คุมตัว นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงสกุล อายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นายทุนเงินกู้และรับจำนำบ้านและที่ดิน ตัวการ กับพวกรวม 9 ราย จากการสอบปากคำเบื้องต้นคนร้ายทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องการขายฝากที่ดิน ระหว่าง บังฟัต กับนายวรยุทธ โดยบังฟัตให้การอ้างว่านายวรยุทธ นำเงินมาไถ่ที่ดินบางแปลง แต่ไม่ได้โฉนดไป เนื่องจาก บังฟัตนำไปจำนองไว้กับธนาคาร เป็นเหตุให้นายวรยุทธขู่ฆ่ายกครัว กระทั่งบังฟัต ชิงลงมือฆ่ายกครัวนายวรยุทธก่อน

เมื่อวันที่17กรกฎาคม รายงานข่าวแจ้งว่า จากการซักถามบังฟัตถึงชนวนการสังหารโหดครั้งนี้ บังฟัตอ้างว่าเมื่อปี 2558 มีความขัดแย้งกับนายวรยุทธ ผู้เสียชีวิต เรื่องที่ญาตินายวรยุทธนำที่ดินมาขายฝากประมาณ10 แปลง ยอดเงิน7-10ล้านบาท ต่อมามีที่ดินบางแปลงครบกำหนดไถ่คืน โดยนายวรยุทธนำเงินไปไถ่จนครบ แต่บังฟัต กลับนำที่ดินไปจำนองไว้กับธนาคารมูลค่าประมาณ10ล้านบาท และไม่คืนโฉนดให้นายวรยุทธ เป็นเหตุให้นายวรยุทธ บุกไปทวงเงินและขู่ฆ่ายกครัว รวมถึงมีการยื่นฟ้องเพื่อให้คืนที่ดินด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า บังฟัต ยังตอบข้อซักถามเจ้าหน้าที่กรณีเหตุขัดแย้งผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ทำไมถึงมาก่อเหตุฆ่ายกครัวนายวรยุทธในช่วงเวลานี้ โดยบังฟัต อ้างว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว ไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ ต้องไปอาศัยอยู่ที่จ.ภูเก็ตตลอดระยะเวลา2ปีที่ผ่านมา โดยประกอบอาชีพรับจำนำทรัพย์สิน และมีเครือข่ายประกอบอาชีพเกี่ยวกับต้อนรับนักท่องเที่ยวในจ.ภูเก็ต

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ บังฟัต ให้การด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยลงมืออุ้มฆ่านายวรยุทธมาแล้ว2ครั้ง ครั้งแรก ซื้ออุปกรณ์ชุดลายพรางมาก่อเหตุอุ้มปลายปี 2559 แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากนายวรยุทธ ไม่ลงจากรถ และครั้งที่2 วางแผนอุ้มนายวรยุทธเมื่อ3-4 เดือนก่อน แต่ไม่สำเร็จเช่นกัน เนื่องจากนายวรยุทธ ไม่ยอมลงจากรถเหมือนเดิม กระทั่งวางแผนฆ่ายกครัวดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการวางแผนฆ่ายกครัว บังฟัต รับว่าต้องการจัดฉากให้เหมือนกับว่านายวรยุทธเครียดเรื่องหนี้สิน จนก่อเหตุฆ่าลูก เมีย และญาติ ก่อนฆ่าตัวตายตาม อย่างไรก็ดีจุดนี้เจ้าหน้าที่พบจุดผิดสังเกต เนื่องจากหากนายวรยุทธ ฆ่าภรรยา ลูก และญาติ ก่อนฆ่าตัวตายตามจริง คงไม่จำเป็นต้องทุบกล้องวงจรปิดในบ้าน รวมทั้งถอดซีพียูกล้องวงจรปิดไปด้วย เพราะถ้านายวรยุทธ ฆ่าคนในบ้านและฆ่าตัวตายตามจริง ก็ไม่จำเป็นต้องติดตามหาคนร้าย เนื่องจากคนยิงฆ่าตัวตายตามไปแล้ว ดังนั้น กรณีมีการทำลายกล้องวงจรปิดและซีพียูเพื่อไม่ให้หลงเหลือหลักฐานและเห็นหน้าคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามือปืนไม่ใช่นายวรยุทธแน่นอน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมลงมือวันก่อเหตุอีก 6 คนมีอาชีพเป็นคนงานกรีดยาง ทำนา และเป็นอดีตทหารเกณฑ์ บังฟัต ว่าจ้างมาคนละ1,000บาทให้มาทวงหนี้ โดยทุกคนไม่รู้มาก่อนว่าบังฟัต จะก่อเหตุฆ่ายกครัว จากแผนประทุษกรรมคนร้ายทั้งหมดได้แจ้งกับคนในบ้านว่ามีหนังสือร้องเรียนมาพร้อมแสดงเอกสารที่ทำลวงขึ้นมา ก่อนเข้าไปในบ้าน ทุบทำลายกล้องวงจรปิดและถอดซีพียู พร้อมทั้งจับคนในบ้านและรอให้นายวรยุทธเดินทางกลับมา ก่อนบังคับให้นายวรยุทธ ไลน์ไปยืมเงินบุคคลหลายคน รวมทั้งเพื่อนสนิทคนหนึ่งได้รับไลน์ขอยืมเงิน 500,000 บาท จึงโทรศัพท์กลับมาหานายวรยุทธ โดยบอกว่าไม่มีเงินให้ยืม อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างค้นหาโทรศัพท์มือถือของนายวรยุทธ ที่คนร้ายอ้างว่านำไปทิ้งสถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าบังฟัต บังคับให้นายวรยุทธยืมเงินใครบ้าง กระทั่งในเวลาต่อมา บังฟัต ได้ลงมือยิงศีรษะผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทีละคน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8คนและบาดเจ็บสาหัส 3คน ทั้งนี้ขณะที่ บังฟัต ลงมือยิงทีละคนนั้น ได้สั่งการให้คนร้ายที่เหลือคอยเฝ้าไว้เฉยๆ โดยมีคนร้ายคนหนึ่ง คือนายคมสัน (ไม่ทราบนามสกุล) มีอาการตกใจและพยายามห้ามบังฟัตด้วย แต่ไม่เป็นผล ขณะที่จากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนที่คนร้ายถือมานั้น เป็นอาวุธปืนปลอมที่ บังฟัต จัดหามาให้ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ยิงผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นของนายวรยุทธ ที่บังฟัตเอามาใช้ เพื่อจัดฉากกลบเกลื่อนว่านายวรยุทธ เครียดยิงคนในบ้าน ก่อนยิงตัวตายตาม

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จากขวดน้ำพลาสติกในบ้านนายวรยุทธ ที่พบว่าถูกเปิดดื่มไปหลายขวด ตลอดจนดีเอ็นเอจากเซฟเฮาส์ที่กลุ่มคนร้ายใช้วางแผน นำมาเปรียบเทียบกับคนร้ายที่เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ ประกอบพยานหลักฐานอื่น เพื่อขออนุมัติหมายจับคนร้ายทั้งหมด อย่างไรก็ดีพบว่าคนร้ายวางแผนอย่างแยบยล เนื่องจากสวมถุงมือถึง 2 ชั้น โดยชั้นในเป็นถุงมือยางเพื่อไม่ให้เหงื่อไหลออกมา และถุงมือชั้นนอกเป็นผ้า เพื่อปกปิดลายนิ้วมือและป้องกันการตรวจดีเอ็นเอพบ ตลอดจนมีการทุบทำลายกล้องวงจรปิด และนำซีพียูไปเผาทิ้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจาก บังฟัต และกลุ่มคนร้ายที่ลงมือวันก่อเหตุ 7 คนแล้ว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวกิ๊กสาวของบังฟัต ที่อยู่ด้วยกันที่จ.ภูเก็ต มาสอบสวน เนื่องจากมีข่าวว่า เป็นคนซื้อชุดลายพรางทหาร โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าซื้อที่ไหน เมื่อไหร่ และเตรียมมาใช้วันก่อเหตุโดยเฉพาะหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป