ระทึก!! ไฟไหม้ รถหรูเบนท์ลีย์ ลานจอดสวนลุมพินี คาดแผงไฟฟ้าลัดวงจร ลามติด”บีเอ็ม เอ็กซ์ 5″

https://www.matichon.co.th/news/

เมื่อเวลา 19.53น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.วุฒินันท์ พรรณภักดี รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์จำนวน 2 คัน บริเวณหน้าประตูทางเข้าลานจอดรถสวนลุมพินี ฝั่งราชดำริขาออกมุ่งหน้าถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมประสานไปยังหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร้องขอรถดับเพลิงก่อนรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุหน้าทางเข้าลานจอดรถของสวนลุมพินีฝั่งถนนราชดำริ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังลากสายฉีดน้ำเข้าควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้รถยนต์หรูยี่ห้อเบนลี่ คอนติเนนทัล จีที 4.0 วี 8 ปี 2016 สีดำสองประตู ทะเบียน ขม 6666 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเพลิงได้ลุกไหม้พวยพุ่งออกมาจากห้องผู้โดยสารเสียหายทั้งคัน ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่นเอ็กซ์ 5 สีบอร์นเงิน ทะเบียน ญญ 4569 กรุงเทพมหานคร เสียหายจากการถูกไฟไหม้ซึ่งลามมาจากรถยนต์เบนท์ลีย์ ที่บริเวณกันชนท้ายขวาเล็กน้อย ใกล้กันพบเจ้าของรถยนต์ทั้งสองคันยืนมองรถยนต์ของตนเองทางเจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับประมาณ 10 นาทีเพลิงจึงสงบลง

จากการสอบปากคำนายอรุณสวัสดิ์ พันธ์สำแดง อายุ 21 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำลานจอดรถประตูสวนลุมพินี(จุดเกิดเหตุ) ให้การว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.53น. ขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่พบรถยนต์คันต้นเพลิงขับมาตามทางช่วงถนนราชดำริ ก่อนที่ตนสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มควันสีขาวกำลังพวยพุ่งออกมาจากช่วงที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้ารถคันดังกล่าวจึงรีบบอกให้เจ้าของรถรีบขับเข้ามาจอดยังลานจอดรถทันทีซึ่งขณะนั้นเจ้าของรถยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุขึ้นและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจึงประสานรถดับเพลิงเข้าทำการสกัดเพลิงทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากแผงวงจรของรถยนต์ อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งสองคันเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบเจ้าของรถยนต์สองคันทราบชื่อคือนางสาวชลธินี ทรัพย์พิทักษ์ดี อายุ 37 ปี เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยูรุ่นเอ็กซ์ 5 (บริษัท ทรัพย์พิทักษ์ดี จำกัด) ประกอบกิจการค้ากระดาษ และคันที่สองคือนางสาวเจณณิช วีรพร อายุ 36 ปี กรรมผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เลนโซ่ คอร์ปอร์เรชั่น สำหรับรถสปอร์ตหรูคันดังกล่าวมีราคาประมาณ 20 ล้านบาท