สะพัด!ยอดเรียกเก็บกว่า1.7หมื่นล้าน ใบแจ้งปิดหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าพรุ่งนี้

http://www.matichon.co.th/news

แฟ้มภาพ

 

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการประเมินเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องดำเนินการก่อนหมดอายุความภายในวันศุกร์ที่ 31 มีนาคมนี้ ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบตัวเลขเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป เพราะยังไม่ได้รับรายงานสรุปข้อมูลภาษีหุ้นชินคอร์ปว่าจะต้องจ่ายเท่าไร ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และตามขั้นตอนปกติของกระบวนการทางกฎหมาย หากได้ข้อสรุปแล้วเจ้าหน้าที่จะนำใบแจ้งที่ต้องชำระภาษีส่งทางไปรษณีย์ หรือนำไปส่งมอบให้กับบุคคลภายในบ้านของผู้ที่ต้องเสียภาษีรับใบแจ้งให้รับทราบเป็นลำดับแรกก่อน แต่หากมีการปฏิเสธหรือไม่สามารถนำส่งใบแจ้งได้ ขั้นตอนต่อไปจึงจะนำใบแจ้งดังกล่าวไปปิดบริเวณบ้านที่เห็นได้ชัดเจน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มขั้นตอนนำส่งใบแจ้ง เพราะยังไม่มีการสรุปตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะต้องจ่ายเท่าไร

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้ข้อสรุปการประเมินเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณแล้ว โดยคิดเป็นจำนวนเงินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมทั้งสิ้นกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท และกำหนดจะนำใบแจ้งไปปิดหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ และจากนั้นผู้เสียภาษีสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน คณะทำงานของกรมสรรพากรสรุปให้ประเมินภาษีตามแนวทางที่ว่ามีการซื้อหุ้นราคาต่ำกว่าราคาตลาด ในช่วงที่บริษัทแอมเพิลริชขายหุ้นให้นอมินีของอดีตนายกรัฐมนตรีในราคาหุ้นละ 1 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดตอนนั้นที่อยู่ที่ 49.25 บาทต่อหุ้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีคำสั่งให้กรมสรรพากรประเมินเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณ ตามแนวทางที่ได้ประชุมร่วมกันกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และผู้ที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้ รวมถึงมีการรายงานแนวทางให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมานายประสงค์ ได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อประเมินภาษีจากกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 นี้ โดยมีผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีอากร กรมสรรพากร เป็นประธานคณะทำงาน และล่าสุดมีข้อสรุปเกี่ยวกับการประเมินภาษีออกมา ภายใต้มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากร ตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เสนอมา โดยแนวทางของรัฐบาลคือให้กรมสรรพากรหาทางประเมินให้ได้ไปก่อน จากนั้นถ้าเก็บไม่ได้จริงๆ ก็ให้คดีไปหลุดในชั้นอื่น อย่างไรก็ตาม เมื่อกรมสรรพากรประเมินเก็บภาษีจากนายทักษิณเสร็จ ก็ถือว่าเรื่องนี้จบ และจะไม่ติดเงื่อนไขเรื่องอายุความอีก